| 1.
เมนเทอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล คือใคร
? |
เมนเทอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล
เป็นศูนย์แนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ
ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1986 โดยเปิด
สำนักงานแห่งแรกที่กรุงเทพฯ ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่มีมากกว่า
20 ปี เราจึงเป็นผู้ให้คำ
ปรึกษาและแนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศในระดับแนวหน้า |
|
| 2.
เมนเทอร์ แนะแนวการศึกษาต่อของประเทศอะไร
และเป็นตัวแทนของสถาบันการศึกษาอะไรบ้าง
? |
เราได้ทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษาที่มีคุณภาพตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาจนถึงระดับมหาวิทยาลัย
รวม
ถึงสถาบันสอนภาษา ในสหราชอาณาจักร
ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกาและแคนาดา
โดย
นักเรียนสามารถดูรายชื่อสถาบันการศึกษาที่เราเป็นตัวแทนได้จาก
www.mentor.ac
|
|
| 3.
ในการสมัครเรียนระดับ ปริญญาตรี
และ ปริญญาโท เอกสารประกอบการสมัคร
เบื้องต้น มีอะไรบ้าง ? |
| |
ใบสมัครของสถานศึกษาที่กรอกเรียบร้อยแล้ว
Transcript / ใบแสดงผลการเรียน
/ ใบรับรองหรือคาดว่าจะจบจากทางมหาวิทยาลัย
ผลคะแนนภาษาอังกฤษ IELTS , TOEFL
สำหรับสาขา MBA สถาบันการศึกษาบางแห่งต้องใช้ผล
GMAT และประสบการณ์ทำงาน
Letter of Recommendation / จดหมายรับรอง
2 ฉบับ จากอาจารย์ และ/หรือ หัวหน้างาน
Personal Statement / เรียงความประวัติส่วนตัว,
ประสบการณ์ทำงาน และโครงการอาชีพในอนาคต
Resume / ประวัติย่อของนักเรียนประกอบด้วยรายละเอียดด้านการศึกษา,
ประสบการณ์การทำงานและอื่น ๆ
|
|
| 4.
ระยะเวลาที่พิจารณาหลังจากนักเรียนส่งใบสมัครเรียนของสถาบันการศึกษากับทาง
เมนเทอร์ ? |
| สถานศึกษาโดยทั่วไปจะใช้เวลาในการพิจารณาใบสมัครประมาณ
4-8 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสาขาวิชาและ
ระดับการศึกษาที่สมัคร |
|
| 5.
ค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายระหว่างการศึกษา
โดยเฉลี่ย ของแต่ละประเทศแตกต่างกันอย่างไร
? |
| |
หมายเหตุ
:
ค่าเล่าเรียนจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสาขาวิชาและระยะเวลาในการเรียน
โดยไม่รวมค่าหนังสือและอุปกรณ์การเรียนต่าง
ๆ และจากตารางจะเป็นข้อมูลในระดับปริญญาโทเท่านั้น
ค่าครองชีพจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับเมืองและประเทศ
ระยะเวลาที่นักเรียนจะไปศึกษา
รวมถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายของนักเรียน
|
|
|
|
|
|
|
ค่าเล่าเรียน
/ ต่อปี (บาท) |
|
450,000-620,000 |
400,000-580,000 |
450,000-700,000 |
400,000-550,000 |
|
600,000-1,000,000 |
300,000-540,000 |
270,000-450,000 |
550,000-850,000 |
350,000-600,000
|
|
| หมายเหตุ
: อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 7
กันยายน พ.ศ. 2550 |
| |
อังกฤษ - GBP 1 = 69.58 Baht
ออสเตรเลีย - AU$ = 28.64 Baht
นิวซีแลนด์ - NZ$ 1 = 23.86 Baht
สหรัฐอเมริกา - US$ 1 = 34.38
Baht
แคนาดา CAN$ 1 = 32.87 Baht |
|
| 6.
นักเรียนควรจะใช้ผลภาษาอังกฤษอะไรในการสมัครเรียน
? |
| นักเรียนสามารถใช้ได้ทั้ง
TOEFL และ IELTS โดยการสมัครเรียนที่
อังกฤษ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์
จะนิยมใช้ผล IELTS ประกอบการสมัครมากกว่า
และ TOEFL จะใช้สำหรับการสมัครที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
และ แคนาดา |
|
| 7.
มีทุนการศึกษาหรือไม่ และสามารถหาข้อมูลได้จากที่ไหน
? |
| |
สถานศึกษาโดยทั่วไปจะมีทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนต่างชาติ
นักเรียนสามารถติดตามข่าวสารเรื่องทุนได้จากเว็บไซต์
ของเมนเทอร์
สำนักงาน ก.พ. (สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน)
สถานฑูตของแต่ละประเทศ
ทุนจากมหาวิทยาลัยในประเทศ |
|
| 8.
เมนเทอร์ คิดค่าใช้จ่ายในการปรึกษาและสมัครเรียนหรือไม่่
? |
| ไม่มีค่าบริการ |
|
| 9.
ข้อแตกต่างระหว่างการดำเนินการสมัครเรียนด้วยตนเอง
และสมัครผ่านทางเมนเทอร์ ? |
| |
การสมัครด้วยตนเอง นักเรียนจะต้องศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลเปรียบเทียบ
ดำเนินการสมัคร ติดตามผลการสมัคร
ตอบรับเงื่อนไขกับทางสถานศึกษา
และติดต่อเรื่องที่พักด้วยตัวนักเรียนเอง
เมนเทอร์ มีเจ้าหน้าที่แนะแนวให้คำปรึกษาด้านการเรียนและแนะนำสถานศึกษาในประเทศต่าง
ๆ ดำเนินการสมัคร ติดตามผลการสมัคร
ประสานงานกับเจ้าหน้าที่สถานศึกษาในการหาที่พัก
การลงทะเบียน ให้คำแนะนำนักเรียนก่อนเดินทางไปต่างประเทศ
เป็นต้น นอกเหนือจากนี้เจ้าหน้าที่ยังสามารถให้คำปรึกษาการกรอกแบบฟอร์มใบสมัครขอวีซ่านักเรียนในประเทศต่าง
ๆ |
|
10.
นักเรียนสามารถทำงานพิเศษในระหว่างศึกษาได้หรือไม่
? |
|
สหราชอาณาจักร - นักศึกษาต่างชาติสามารถทำงานพิเศษได้สัปดาห์ละไม่เกิน
20 ชั่วโมง
ออสเตรเลีย นักศึกษาต่างชาติสามารถทำงานพิเศษได้สัปดาห์ละไม่เกิน
20 ชั่วโมงและนักเรียนจะต้องมีใบอนุญาตให้ทำงานได้
นิวซีแลนด์ นักศึกษาต่างชาติสามารถทำงานพิเศษได้สัปดาห์ละไม่เกิน
20 ชั่วโมง
สหรัฐอเมริกา อนุญาติให้นักเรียนต่างชาติ
ทำงานพิเศษได้สัปดาห์ละไม่เกิน
20 ชั่วโมง และ
อนุญาตให้ทำงานในบริเวณวิทยาเขตสถานศึกษาที่นักเรียนไปศึกษาเท่านั้น
แคนาดา สำหรับนักเรียนที่ลงทะเบียนเรียนมากกว่า
6 เดือนขึ้นไป อนุญาตให้นักเรียนต่างชาติทำงานพิเศษได้สัปดาห์ละไม่เกิน
20 ชั่วโมง และอนุญาตให้ทำงานในบริเวณวิทยาเขตสถานศึกษาที่นักเรียนไปศึกษาเท่านั้น
|
|
| 11.
ถ้ายังไม่มีผล IELTS หรือ มีแล้วแต่ไม่ถึง
เกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด สามารถสมัครเรียนปริญญาโทได้ก่อนหรือไม่
? |
| |
ในกรณีที่นักเรียนยังไม่มีผลภาษาอังกฤษ
นักเรียนสามารถยื่นใบสมัคร และหลักฐานอื่น
ๆ ไปยังสถานศึกษาก่อนได้ ในกรณีที่นักเรียนได้รับการตอบรับเข้าเรียนจากสถานศึกษา
จะเป็นตอบรับแบบมีเงื่อนไข โดยนักเรียนจะต้องส่งผล
IELTS 6.5 ภายในระยะเวลาที่กำหนด
ในกรณีที่นักเรียนมีผลภาษาอังกฤษแล้วแต่ยังไม่ถึงเกณฑ์ตามที่สถานศึกษากำหนด
เช่น นักเรียนมีผล IELTS 5.5
หรือ 6.0 นักเรียนก็สามารถยื่นใบสมัครก่อนได้เช่นกัน
และนักเรียนจะถูกตอบรับเข้าเรียนแบบมีเงื่อนไข
แต่ในกรณีนี้นักเรียนสามารถเลือกลงทะเบียนหลักสูตรภาษาอังกฤษกับสถานศึกษาที่นักเรียนสมัคร
โดยระยะเวลาในการเรียนจะขึ้นอยู่กับผลภาษาอังกฤษของนักเรียน
และหลังจากนักเรียนสำเร็จหลักสูตรภาษาอังกฤษแล้ว
นักเรียนจะต้องสอบวัดระดับภาษาอังกฤษของสถานศึกษานั้น
ๆ ถ้าผลสอบอยู่ในเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด
ก็จะสามารถใช้ปรับเพื่อเข้าเรียนหลักสูตรปริญญาโทได้เลย
|
|
| 12.
จากคำถามข้อที่แล้ว หลังจากสำเร็จหลักสูตรภาษาอังกฤษกับสถานศึกษานั้น
ๆ นักเรียนจะต้องสอบ IELTS /
TOEFL อีกหรือไม่่ ? |
| สถานศึกษาโดยทั่วไป
นักเรียนไม่จำเป็นจะต้องสอบ IELTS
/ TOEFL แต่จะมีการสอบวัดระดับของ
สถานศึกษานั้น ๆ เป็นการเฉพาะ
|
|
| 13.
เมื่อนักเรียนเดินทางไปศึกษาต่อยังต่างประเทศแล้ว
นักเรียนสามารถติดต่อกับพี่ ๆ
ที่ เมนเทอร์ได้หรือไม่ ? |
| นักเรียนยังสามารถติดต่อกับเจ้าหน้าที่ทาง
เมนเทอร์ ได้ โดยผ่านทาง เว็บไซต์ของทางเมนเทอร์
หรือ info@mentor.ac
และในกรณีที่นักเรียนเดินทางไปถึงสถานศึกษาแล้ว
ถ้านักเรียนมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่อง
การเรียน การสอน และเรื่องที่พัก
สิ่งที่นักเรียนควรจะทำในขั้นตอนแรกคือ
ติดต่อและปรึกษากับเจ้า หน้าที่ของสถานศึกษานั้น
ๆ แนะนำว่าจะเป็นวิธีที่สะดวกและรวดเร็วที่สุด |
|
| 14.
สถานศึกษาในต่างประเทศเปิดเทอมกันเมื่อไหร
? |
| |
อังกฤษ เดือนกันยายน และบางหลักสูตรในเดือนมกราคม
ออสเตรเลีย เดือนกุมภาพันธ์
และบางหลักสูตรในเดือนกรกฎาคม
นิวซีแลนด์ - เดือนกุมภาพันธ์
และบางหลักสูตรในเดือนกรกฎาคม
สหรัฐอเมริกา เดือนสิงหาคม
พฤศจิกายน ขึ้นอยู่กับมลรัฐต่าง
ๆ
แคนาดา เดือนสิงหาคม พฤศจิกายน
ขึ้นอยู่กับมลรัฐต่าง ๆ |
|
| 15.
ควรจะเริ่มติดต่อดำเนินการสมัครในช่วงไหน
? |
การดำเนินการสมัครต้องใช้เวลามากเริ่มตั้งแตขั้นตอนการสมัครจนถึงการสมัครวีซ่า
และสถานศึกษา
บางแห่งจะจำกัดจำนวนในการรับเข้าของนักศึกษา
เพราะฉะนั้นนักเรียนควรจะเผื่อเวลาอย่างน้อย
4-6 เดือนก่อนการเปิดภาคเรียนของแต่ละประเทศ |
|
| 16.
ต้องตรวจสุขภาพก่อนเดินทางไปศึกษา
หรือเพื่อขอวีซ่านักเรียนหรือไม่
? |
| |
สหราชอาณาจักร นักเรียนที่สมัครหลักสูตรเรียนนานกว่า
6 เดือน ต้องมีใบรับรองยืนยันว่าปลอดจาก
เชื้อวัณโรค
ออสเตรเลีย นักเรียน / นักศึกษา
จะต้องตรวจสุขภาพก่อนยื่นสมัครขอวีซ่านักเรียน
โดยจะมีการตรวจ สุขภาพทั่วไปและเอ็กซเรย์ปอด
นักเรียนจะต้องกรอกใบสมัครการตรวจสุขภาพของสถาน-
ฑูตออสเตรเลียเท่านั้น
นิวซีแลนด์
- นักเรียน / นักศึกษา ลงทะเบียนหลักสูตรนานกว่า
6 เดือน แต่น้อยกว่า 1 ปี ต้องยื่นผลการตรวจเอ็กซเรย์
- นักเรียน / นักศึกษา ลงทะเบียนหลักสูตรนานกว่า
2 ปี ต้องยื่นใบรับรองแพทย์และผลการตรวจเอ็กซเรย์
อเมริกา นักเรียน / นักศึกษาไม่จำเป็นต้องตรวจสุขภาพเพื่อการขอยื่นวีซ่า
อย่างไรก็ตามนักเรียน / นักศึกษาจะต้องตรวจสุขภาพหรือไม่
ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับนโยบายของสถานศึกษาในแต่ละรัฐ
แคนาดา นักเรียน / นักศึกษา
ต้องตรวจร่างกายในกรณีที่ไปศึกษาเกิน
6 เดือน |
|
| 17.
เรียนต่อ MBA จำเป็นหรือเปล่าต้องสอบ
GMAT ? |
| ประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดานักเรียนต้องใช้ผลคะแนน
GMAT ในการสมัครเรียนด้านบริหารธุรกิจ
ส่วนประเทศอังกฤษ ออสเตรเลีย
และ นิวซีแลนด์ จะมีการกำหนดความต้องการ
GMAT สถานศึกษาบางแห่งเท่านั้น |
|
| 18.
วันหมดเขตรับสมัครของสถานศึกษาในแต่ละประเทศ
? |
| สถานศึกษาโดยทั่วไปจะไม่มีกำหนดวันหมดเขตรับสมัคร
นักเรียนสมัครก่อนสถานศึกษาก็จะพิจารณาก่อน
หรือจนกระทั่งหลักสูตรเต็ม |
|
| |