SINCE 1986
  INTERNATIONAL
  EDUCATION SERVICES
  STUDY IN
  UK
 STUDY IN
  AUS
 STUDY IN
  USA
 BOARDING
  SCHOOLS
UK UNIVERSITY
COURSE SEARCH
     Faculty / School
      
     Major
      
     GPA
      
  









Home > News
Share to Facebook Share to Twitter
เรียน Pre-sessional Course ดีไหมนะ?
 
      คาดว่า มีหลายๆคนที่สงสัยว่าเรียน “Pre-sessional Course” หรือ “หลักสูตรปรับพื้นฐานภาษา” นั้น จริงๆดีหรือไม่ดี ในครั้งนี้ แอมในฐานะ Alumna ของ Bournemouth University (BU) จึงขอมาถ่ายทอดประสบการณ์ตรงเล็กๆน้อยๆจากการเรียน Pre-sessional นะคะ~~
 
      ต้องขอบอกก่อนเลย ว่าปีการศึกษาที่แอมลงทะเบียนเรียน จะเปิดเทอมเดือนมกราคมค่ะ ซึ่งที่ BU แห่งนี้ (รวมถึงบาง U. ที่ UK) จะมีการเปิดเรียนสองช่วง ช่วงแรกคือเดือนกันยายน(เป็นเวลาเปิดเรียนตามปกติของที่ UK) และอีกช่วงคือเดือนมกราคมค่ะ (เรียกว่า January Intake หรือ January Cohort) ซึ่งถือว่าพิเศษทีเดียว เพราะจัดว่าเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่ไม่สามารถเรียนช่วงกันยายนได้ อย่างตัวแอมเอง ตอนแรกจะไปเรียนรอบ Sep นั่นล่ะค่ะ แต่เกิดเหตุการณ์ติดขัดเล็กน้อยจากทางบ้าน จึงทำให้ต้องเลื่อนมาเรียนรอบ Jan แทน เพราะถ้าจะรอให้เป็น Sep ของปีถัดไปก็นานไปนิด เลยถือว่าโชคดีมากๆที่มหา’ลัยที่ต้องการมีเปิดเรียนรอบสองด้วย ^^
 
      ในช่วงนั้น แอมมีโอกาสได้ไปเรียนคอร์สนี้เป็นเวลา 2 เดือนค่ะ โดยการเรียนรอบ Jan นั้น คอร์ส Pre-sessional จะเริ่มเร็วสุดคือเดือนตุลาคม (แอมเริ่มเรียนรอบพ.ย.ค่ะ) ในตอนแรก พอรู้ว่าตัวเองต้องไปเรียนปรับพื้นฐานก่อน ก็รู้สึกเฟลนิดๆ อารมณ์ว่าคะแนนภาษาไม่ถึงเกณฑ์ตามที่เขาต้องการจนถึงกับต้องไปเรียนเพิ่มเลยหรือนี่...ทำให้ตอนนั้นไม่ค่อยเต็มใจเลยค่ะ แต่จะสอบใหม่ก็ไม่น่าทันแล้วก็ไม่รู้ว่าจะได้คะแนนอย่างที่หวังไหม...แต่...พอจบคอร์สเท่านั้นล่ะ ก็รู้สึกเลยว่าอยากจะเรียนให้นานกว่านี้ อยากจะมาเร็วๆเหมือนนักเรียนอีกกลุ่มหนึ่งซะมากกว่า...มันเพราะอะไรกันนะ? ลองมาดูกันเลยค่า
 
      ที่นี่ คือสถานที่ที่แอมได้เรียน Pre-sessional Course นะคะ โดยเรียนกับทาง Kaplan (สถาบันภาษาที่ร่วมกับทาง BU ในการรับสอนภาษาให้กับเหล่าว่าที่นักศึกษาของ BU)
 
 
        

 

      จ๊ะเอ๋! ทางเข้าด้านหน้าเป็นแบบนี้~~ เห็นเด่นชัดมาก ชัดจนแอมยังงงเลยค่ะว่าตอนแรกเกือบจะเดินเลยไปได้ยังไง (แหะๆ >

 
 
      ในช่วงที่เรียน หลักๆเลยแต่ละห้องจะมีอาจารย์ที่สอนบ่อยที่สุด 2 ท่านด้วยกันค่ะ โดยอาจารย์ท่านหนึ่งจะสอน Speaking and Listening ซึ่งเขาจะมีกิจกรรมให้ทำตลอดเลย เป็นคนที่ตั้งใจสอนมากๆ ^^ ส่วนอาจารย์อีกท่านจะสอน Reading and Writing ค่ะ เหล่างาน Essay ตั้งแต่ระดับแรกๆแค่เขียนไม่กี่ประโยค ไปจนถึงเขียนเป็นหน้าๆก็มาจากท่านนี้นี่ล่ะ! นอกจากนี้ ยังมีบางวิชาที่เจอกับอาจารย์ท่านอื่นๆบ้างประปราย (ส่วนใหญ่จะเป็นอาจารย์จาก Kaplan)
 
      ช่วงที่เรียน ถามว่าชิลไหม ก็สบายๆระดับหนึ่งนะคะ แต่เชื่อว่าทุกคนที่ยังไม่เคยเรียนภาษาอังกฤษเชิงวิชาการมาก่อน จะต้องมีหงายหลังล้มตึงกันไปบ้างเมื่อเจอ Essay ที่บังคับว่าเขียนแบบ "Academic Writing" ที่โผล่มาก็ให้เขียนราวๆ 800-1,500 คำถึง 3 งานด้วยกัน! อ้าว เอ๋อสิคะจะรออะไร แต่โชคดีที่ไม่ต้องเอ๋อนาน เพราะหนังสือเรียนที่นี่ รวมถึงพวกชีทต่างๆจะมี Guide เพื่อการเขียนแนว Academic ที่ว่าอยู่ด้วย ~~
 
 
      ในส่วนของห้องเรียนที่นี่ บรรยากาศออกจะคล้ายๆกับห้องเรียนภาษาของไทยเราเลยค่ะ ต่างกันนิดหน่อยตรงมีฮีทเตอร์!! ซึ่งคลาสของแอมที่เป็นรอบรองสุดท้ายในช่วงนี้(ช่วงพ.ย.)มีด้วยกัน 15 คน ซึ่งคนไทยก็ปาไปแล้ว 9 คน (มีหลงมาคือ ตุรกี จีน ไต้หวัน และอินโด) ตรงจุดนี้ ถ้าคนทั่วๆไปมอง ก็อาจจะคิดว่าโชคร้ายไปสักหน่อยเพราะอย่างกับเรียนอยู่ในไทย...
 
      แต่อันที่จริง การที่มีคนต่างชาติเยอะ มันก็อาจจะดีตรงที่เราโดนบังคับให้สื่อสารด้วยภาษาอังกฤษไปเลย (เพราะเขาฟังไทยไม่ออก) แต่การที่เจอคนไทยเยอะๆ อย่างแรกเลยคือมันก็อุ่นใจกว่าที่คิด พวกเราสามารถเป็นเพื่อนกันได้ง่ายและมักช่วยเหลือกันตามนิสัยของคนไทย บางสิ่งเราก็สามารถเข้าใจกันได้เฉพาะคนไทยเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆอย่างเช่น วันหนึ่งเกิดคิดถึงรสชาติอาหารไทยขึ้นมา ก็ลุกขึ้นมาช่วยกันทำอาหารที่อยากกิน หรือแม้แต่เวลาเจอกับเรื่องเครียดๆบางเรื่อง ในบางครั้งคนเราก็ไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะมาแปลเป็นภาษาอังกฤษอีกที...ตรงนี้อาจจะเป็นข้อดีที่ดูธรรมดา แต่มันไม่ธรรมดาเลยเมื่อคนแต่ละคนต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนไปอยู่ในที่ๆห่างไกลด้วยตัวคนเดียว...
 
      เอาล่ะค่ะ หยุดดราม่าแต่เพียงเท่านั้น! แอมอยากจะบอกว่า นอกจากตำราเรียนต่างๆที่ช่วยให้เราสามารถเริ่มเขียนได้ง่ายขึ้นแล้ว อาจารย์ทุกท่านก็เน้นสอนเพื่อเตรียมตัวสู่ Academic level กันทั้งนั้น! รวมถึงมีกิจกรรม(และขนม)ต่างๆมากมาย...อืม... เรามาสรุปสั้นๆกันเลยดีกว่าเนอะ ว่า Pre-sessional Course ที่ว่านี่ มีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง~~
 
 
 
 
ข้อดี
  • มีตำราเรียนเพื่อเป็นแนวทางการเขียนแบบ Academic (เผื่อไอเดียตันตอนไหนก็หยิบมาช่วยได้) พร้อมกับการฝึกเขียน ฝึก Research และการฝึก Critical Thinking เพื่อเตรียมตัวสู่การเขียน Dissertation และ assignments ในเทอมหลัก
  • อาจารย์ผู้สอนหลากหลายเชื้อชาติ ทำให้เราได้พัฒนาทักษะการฟังภาษาอังกฤษในหลายสำเนียงไปด้วย (ในตอนแรกๆ ฟังออกบ้างไม่ออกบ้างเป็นเรื่องธรรมดาค่ะ) และแต่ละท่านก็ยังมีประสบการณ์แตกต่างกันไป เช่น อาจารย์ที่รักการท่องเที่ยว ก็ชอบนำเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆมาเล่าประกอบการเรียนการสอน ทำได้ฟังเรื่องราวที่ไม่อยู่ในตำราเล่มไหน หรืออย่างอาจารย์ใหม่ก็พูดถึงประสบการณ์ในงานก่อนหน้านี้ ส่วนอาจารย์ที่สอนหนังสือมานาน ก็จะเล่าทั้งเรื่องความสำเร็จของเหล่านักเรียนเก่าเพื่อเป็นกำลังใจ รวมถึงความล้มเหลวและการลุกขึ้นใหม่อีกครั้งของนักเรียนบางคนด้วย
  • ได้มีเวลาทำความคุ้นเคยกับสำเนียงของคนที่นี่ก่อนคนที่ไม่ได้เรียน Pre-sessional
  • มีกิจกรรมระหว่างเรียนมากมาย เช่น การจับกลุ่มกันเพื่อ Brainstorm การ Presentation การจับคู่กันฝึกพูด ฯ
  • มีโอกาสแก้ตัว 2 ครั้งในการสอบของที่ Kaplan  ซึ่งหลังเรียนจบคอร์ส จะมีการสอบเพื่อนำไปเทียบกับคะแนน IELTS อย่างที่ BU จะต้องการคะแนน IELTS 6.0 ทุก Band ค่ะ โดยหากทักษะใดทักษะหนึ่งไม่ถึง 6.0 กรณีสอบตกไม่เกิน 2 ทักษะ ให้สอบซ่อมเฉพาะทักษะนั้นๆได้ค่ะ แต่หากสอบไม่ถึงเกณฑ์เกิน 2 ทักษะ สอบแก้ตัวต้องสอบใหม่ทุก Band ค่ะ ><" 
  • บรรยากาศของกิจกรรมในโรงเรียนสนุกครื้นเครง เช่น คริสต์มาส ที่หลายๆคนสามารถลงแสดง Role Play ได้ (พร้อมขนมและผลไม้ฟรี!~~)
 
 
ข้อเสีย
  • แม้การสอบ ที่นี่จะมีโอกาสแก้ตัวเป็นรายทักษะ แต่บางอย่างอาจยากกว่าที่ไทย เช่น สอบ Speaking กรรมการจะไม่คุ้นกับสำเนียงคนไทยมากเท่าเหล่าฝรั่งในไทย
  • ถ้าเจอคนไทยเยอะ โอกาสฝึกจะน้อยลง (แก้ไขได้โดยสนิทกับเพื่อนต่างชาติบ้างก็ได้ค่ะ)
      โดยรวมแล้ว แอมอยากจะมาเรียนที่นี่ก่อนหน้านี้อีกสักนิด เพราะอยากมีเวลาในการเปิดประสบการณ์ให้มากขึ้น ได้สัมผัสถึงวัฒนธรรมของคนที่นี่มากขึ้น และได้มีเวลาสำหรับปรับตัวกับทุกๆอย่างที่ “ใหม่” หมดสำหรับแอม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการดำรงชีวิต การสำรวจแหล่งหาซื้อวัตถุดิบมาทำอาหาร(โดยเฉพาะของจากนอกประเทศUK) การได้รู้จักเพื่อนที่จะเรียนคณะเดียวกันในอนาคตก่อนใคร การมีอาจารย์ที่สนิทก่อนเข้าเรียนเทอมหลัก(ที่สามารถย้อนกลับมาถามข้อสงสัยได้ตลอดเวลา) และยังได้พัฒนาทักษะต่างๆที่จำเป็นสำหรับการเรียนโทก่อนคนอื่น...ตรงจุดนี้แอมรู้สึกว่ายิ่งมาเรียนก่อนมากเท่าไรก็ยิ่งได้เปรียบ เพราะในขณะที่เราเริ่มชินกับประเทศนี้และสำเนียงของคนที่นี่แล้ว นักศึกษาที่มาทีหลังบางคนอาจจะต้องใช้เวลาในการปรับตัวสักระยะในตอนเริ่มเทอมหลักไปแล้วค่ะ
 
      อืม...เท่าที่นึกออก ข้อดีข้อเสียก็มีเท่านี้ล่ะค่ะ แต่ขอปิดท้ายด้วยการบอกว่า สิ่งที่แอมประทับใจเป็นการส่วนตัวก็คือ แอมได้เพื่อนสนิทที่น่ารักมากๆ 2 คนจากคลาสนี้ และยังคงติดต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้ด้วยนะคะ ^^
 
 
 

 
Updated :April 28, 2017
     
                  | | | |
 
16th Floor, Regent House, 183 Rajdamri Road, Lumpini, Patumwan, Bangkok 10330 THAILAND
Tel: 66(0) 2255 5157-9     Fax: 66(0) 2255 3826     Email: info@mentor.ac
© 2012 Mentor International, All rights reservered.